วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ครั้งที่13




บันทึกอนุทิน ครั้งที่13

วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย

วันพุธ ที่ 8  เดือน เมษายน พ.ศ. 2558



ความรู้ที่ได้รับ
  
         
ทักษะพื้นฐานทางการเรียน

เป็นทักษะสุดท้าย จำเป็นต้องจำทั้ง 4ทักษะเพื่อที่จะนำไปเขียนแผน IEP


เป้าหมาย

              ไม่ต้องการให้เด็กอ่านออก เขียนเป็น บวกเลขได้ การที่ครูช่วยให้เด็กแต่ละคนเรียนรู้ได้ มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง ทำให้เด็กรู้สึกว่า "ฉันทำได้" พัฒนาความกระตือรื้อร้น อยากรู้อยากเห็น อยากสำรวจทดลอง ดังนั้นครูต้องจัดกิจกรรมที่หลากหลายน่าสนใจ



ช่วงความสนใจ

               จำเป็นต้องให้เด็กมีก่อนการเรียนรู้อื่นๆ ทำให้จดจ่อต่อกิจกรรมในช่วงเวลาหนึ่งได้นานพอสมควร เช่น การเล่านิทาน ถ้าเด็กฟังนิทานได้ไม่นาน สิ่งที่ครูต้องทำคือ

               1. เลือกนิทานที่เด็กสนใจและอยากฟัง

               2. เล่านิทานโดยให้เด็กมีส่วนร่วม

               3. นิทานที่เลือกใช้เวลาไม่นานมาก สั้นๆ เมื่อเวลาเด็กฟังจบ เด็กจะเกิดความภาคภูมิใจ

               4. พอผ่านไป 2-3สัปดาห์ ก็ค่อยๆเล่าเรื่องที่ยาวขึ้น

               5. เล่ารอบแรกให้จบก่อน รอบที่ 2 อาจจะถามระหว่างเล่า

                6. ถ้าเด็กมีอาการสมาธิสั้น นิทานเรื่องเดียวเด็กฟังไม่จบแน่นอน ครูต้องดึงสติเด็กโดยการเรียกชื่อเด็ก ถ้าน้องสมาธิสั้น ครูควรอ่านให้จบก่อนจากต้นเรื่องจนจบเรื่อง



การเลียนแบบ

                เด็กเรียนรู้ผ่านการเลียนแบบ   Ex. เอ เป็นเด็กปกติ  บี เป็นเด็กดาวน์
จุดประสงค์ ครูอยากให้บีเดินไปหยิบสี ครูจึงสั่งให้บีกับเอไปหยิบคนละแท่งพร้อมกัน เพื่อให้บีเกิดการเรียนรู้ เมื่อได้ยินคำสั่งเอรู้เรื่องเลยลุกขึ้นทันที แต่บีไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรบีจึงลุกตาม หยิบตาม เดินมาให้ครูตามเอ



การทำตามคำสั่ง คำแนะนำ

              เด็กได้ยินสิ่งที่ครูพูดชัดหรือไม่  (เด็กดาวน์ซินโดรมร่างกายไม่ค่อยสมบูรณ์ บางครั้งไม่ค่อยรูเรื่อง) เด็กเข้าใจคำศัพท์ที่ครูใช้หรือไม่ และคำสั่งยุ่งยากซับซ้อนหรือไม่
      
              Ex. เมื่อครูจะสั่งทั้ง 2คน ควรเรียกน้องดาวน์ก่อน เพราะน้องดาวน์จะตื่นตัวก่อนเด็กปกติ และน้องสัมผัสได้ว่าครูต้องการอะไร



การรับรู้ การเคลื่อนไหว

             เด็กออทิสติกจะมีความรู้สึกช้า ตอบสนองช้า ครูต้องฝึกให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้แก่ ได้ยิน เห็น สัมผัส ลิ้มรส กลิ่น และต้องตอบสนองอย่างเหมาะสม

             Ex. เด็กปกติได้ยินผ่านทางหูต้องตอบครูได้  แต่เด็กพิเศษวิธีการตอบสนองที่ไม่เหมาะสมกับการใช้ประสาทสัมผัส เช่น ครูเรียกชื่อ แต่ไม่สนใจไม่หันตามเสียง ไม่ตอบสนอง



การควบคุมกล้ามเนื้อเล็ก

            ตัวอย่างกิจกรรม  ได้แก่  การกรอกน้ำ ตวงน้ำ ต่อบล็อก มุมบ้าน ช่วยเหลือตนเอง 
ศิลปะ เช่น ฉีก ตัด ปะ ขยำ ละเลง



ตัวอย่างอุปกรณ์สำหรับเด็กพิเศษ

             ลูกปัดไม้ขนาดใหญ่ เชือก กระดาษที่เป็นวงใหญ่ๆเด็กสามารถร้อยได้ และรูปต่อที่มีจำนวนไม่มาก



ความจำ

              ฝึกฝนเด็กกได้โดยการถามเหตุการณ์ที่ผ่านมา เช่น เมื่อเช้าหนูทานอะไร แกงจืดที่เรากินใส่อะไรบ้าง



การวางแผนการเตรียมพื้นฐานทางวิชาการ

              1. จัดกลุ่มเด็กแล้วต้องให้เด็กรู้ว่าต้องทำตรงไหน เช่น ศิลปะ ทำฐานเยอะเด็กจะงง มันมีหลายโต๊ะ เด็กปกติจะรู้ว่าโต๊ะนี้ระบายสีน้ำ แต่เด็กดาวน์จะยืนงง ไม่รู้ว่าต้องไปฐานไหนก่อน อยากทำกิจกรรมนี้แต่ไม่รู้ว่าต้องทำตรงไหน ครูต้องกระตุ้นเด็กโดยการใช้คำถาม "น้องจะทำอะไรค่ะ" แล้วก็พาเด็กไป พอน้องถามเสร็จแล้วยืนงง ครูต้องเข้าไปถาม บางทีต้องเกริ่น เช่น แป้งโดว์ไหม ครูอาจจะพูดโน้มน้าวเด็ก 
                 
               2. ติดชื่อเด็กตามที่นั่ง

              3. ใช้อุปกรณ์ที่เด็กคุ้นเคย เช่น กรรไกร พู่กันที่เด็กใช้เป็นประจำ ขนาดเดิม

              4. บันทึกว่าเด็กชอบอะไรที่สุด

              5. รู้ว่าเมื่อไหร่จะเปลี่ยนงาน

              6.  มีอุปกรณ์ไว้สับเปลี่ยนใกล้มือ

              7. เตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนเด็กมาถึง

              8. พูดในทางที่ดี ชมเด็กเยอะๆ เด็กต้องการแรงเสริมทางบวก

              9. จัดกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหว จะทำอย่างไรก็ได้ แต่ต้องให้เขาได้มีส่วนร่วมในการแจกของ โดยให้เด็กออกมาหยิบของ แล้วเข้าไปนั่ง เพราะฝึกให้เขาได้เรียนรู้กฎเกณฑ์ภายในห้อง

              10. ทำบทเรียนให้สนุก



ประเมินตนเอง

              คาบนี้มาเรียนสายและใส่รองเท้าแตะมาเรียน เนื่องจากฝนตกหนักแต่เช้า แต่ก็ตั้งใจเรียนมากขึ้น พยายามจดเนื้อหาและตัวอย่างเหตุการณ์ที่อาจารย์ยกตัวอย่าง ทำให้เข้าใจมากขึ้น และต้องกลับไปอ่านเนื้อหาที่จดสรุปในคาบ เพื่อจะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น 



ประเมินเพื่อน

              คาบนี้ฝนตกแต่เช้า ทำให้เพื่อนบางคนมาสายและแต่งการไม่เรียบร้อยมาเรียน แต่ทุกคนก็ตั้งใจเรียนและให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม 



ประเมินอาจารย์

              อาจารย์ขยัน มาสอนตรงเวลา มีการเตรียมตัวก่อนมาสอนเสมอ สอนเข้าใจ และสอนเทคนิคต่างๆ เช่น เทคนิคการสอนเด็กใช้กรรไกรและการจัดกิจกรรมต่างๆ ทำให้นักศึกษาเข้าใจมากขึ้น
                 

                 










ครั้งที่12



บันทึกอนุทิน ครั้งที่12

วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย

วันพุธ ที่ 1 เดือน เมษายน พ.ศ. 2558



ความรู้ที่ได้รับ

ไม่มีการเรียนการสอน เนื่องจากมีการจัดกิจกรรมกีฬาสี คณะศึกษาศาสตร์สัมพันธ์ 
ณ. โรงยิมพลศึกษา



รวมภาพกิจกรรม


ครั้งที่11



บันทึกอนุทิน ครั้งที่4

วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย

วันพุธ ที่ 25เดือน มีนาคม พ.ศ. 2558


ความรู้ที่ได้รับ

วันนี้ไม่มีการเรียนการสอน เนื่องจากอาจารย์ได้มีการสอบเก็บคะแนนภายในห้อง 







ครั้งที่ 10



บันทึกอนุทิน ครั้งที่10

วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย

วันพุธ ที่ 18 เดือน มีนาคม  พ.ศ. 2558



ความรู้ที่ได้รับ

ทักษะการช่วยเหลือตนเอง

           ให้เด็กได้เรียนรู้การดำรงชีวิตโดยอิสระให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการกินอยู่ การเข้าห้องน้ำ การเข้าห้องน้ำ การแต่งตัว และกิจวัตรต่างๆในชีวิตประจำวัน



การสร้างความอิสระ

           เด็กอยากช่วยเหลือตนเอง อยากทำงานตามความสามารถ และเลียนแบบการช่วยเหลือตนเองจากเพื่อน เด็กที่โตกว่าและผู้ใหญ่



ความสำเร็จเป็นสิ่งสำคัญ

          การที่เด็กได้ทำด้วยตนเอง ทำให้เชื่อมั่นในตนเอง และเรียนรู้ความรู้สึกที่ดี



หัดให้เด็กทำเอง

           ต้องหัดให้เด็กทำเอง ไม่ควรช่วยเหลือเกินความจำเป็น  ผู้ใหญ่มักทำสิ่งต่างๆให้เด็กมากเกินไป ทำให้แม้กระทั่งสิ่งที่เด็กสามารถทำได้เองหากให้เวลาเขาทำ "หนูทำช้า" "หนูยังทำไม่ได้"



จะช่วยเมื่อไหร่
      
             เด็กก็มีบางวันที่ไม่อยากทำอะไร เบื่อ หงุดหงิด  ไม่ค่อยสบาย หลายๆครั้งเด็กจะขอความช่วยเหลือในสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปแล้ว เด็กจะรู้สึกว่ายังมีผู้ใหญ่ที่พึ่งได้ แต่ต้องได้รับความช่วยเหลือเฉพาะสิ่ง
ที่เด็ก มักช่วยเด็กในช่วงกิจกรรม



ลำดับขั้นในการช่วยเหลือตนเอง

               แบ่งทักษะการช่วยเหลือตนเองออกเป็นขั้นย่อยๆ โดยเรียงลำดับตามขั้นตอน
เช่น การเข้าส้วม
  1. เข้าไปในห้องส้วม                                
  2. ดึงกางเกงลงมา
  3. ก้าวขึ้นไปนั่งบนส้วม
  4. ปัสสาวะหรืออุจจาระ
  5. ใช้กระดาษชำระเช็ดก้น
  6. ทิ้งกระดาษชำระในตะกร้า
  7. กดชักโครกหรือตักน้ำราด
  8. ดึงกางเกงขึ้น
  9. ล้างมือ
  10. เช็ดมือ
  11. เดินออกจากห้องส้วม



การวางแผนทีละขั้น

             แยกกิจกรรมเป็นขั้นย่อยๆให้มากที่สุด



สรุป   ครูต้องพยายามให้เด็กๆทำสิ่งต่างๆด้วยตนเอง โดยการย่อยงานแต่ละอย่างเป็นขั้นๆ ความสำเร็จขั้นเล็กๆของเด็กจะนำไปสู่ความสำเร็จทั้งมวล ทำให้เด็กเกิดความมั่นใจในตนเอง เด็กสามารึพึ่งตนเองได้ และรู้สึกเป็นอิสระ




ประเมินตนเอง

          คาบนี้เป็นคาบที่แย่ที่สุด เนื่องจากวันนนี้เช้าอาจารย์ติดประชุมเลยเลื่อนคลาสมาเรียนคาบบ่ายพร้อมกับเพื่อนภาคสมทบ คาบเช้าพวกหนูว่างก็เลยไปซ้อมกิจกรรมรอบกองไฟที่จะใช้สอบในวิชาลูกเสือในวันพรุ่งนี้ ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและอากาศก็ร้อนด้วย ทำให้หลับทั้งคาบ ไม่ได้จดเนื้อที่อาจารย์อธิบายเลย ไม่เข้าใจเนื้อหา ไม่รู้ว่าอาจารย์สอนอะไรบ้าง เพราะว่าหลับทั้งคาบ หนูกลับมาอ่านและทำความเข้าใจกับเนื้อหา แต่รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่อง วันนี้รู้สึกเรียนไม่คุ้มกับการมาเรียนเลย คาบหน้าหนูต้องตั้งใจเรียนมากกว่านี้



ประเมินเพื่อน

          วันนี้เรียนมีเพื่อนภาคสมทบมาเรียนด้วย ทำให้บรรยากาศในห้องน่าเรียนมากขึ้น เมื่อ2เซคมารวมกัน ทำให้กลายเป็นสีสันของห้อง เพื่อนๆให้ความร่วมมือในการเรียนและการทำกิจกรรม แต่ก็มีเพื่อนบางส่วนที่ยังคุยกันขณะที่อาจารย์อธิบาย



ประเมินอาจารย์

           วันนี้อาจารย์ติดประชุมในตอนเช้าเลยเลื่อนมาเรียนคาบบ่ายแทน มีการเตรียมตัวก่อนการสอนทุกครั้ง และมีการเตรียมสื่อได้ครบกับจำนวนของนักศึกษาและมีความเหมาะสมกับกิจกรรม อาจารย์มีเทคนิคที่หลากหลาย วันนี้ที่หนูง่วงไม่ใช่เพราะอาจารย์สอนไม่สนุกน่ะค่ะ แต่วันนี้หนูเหนื่อยมากและอากาศก็ร้อนมากด้วยทำให้ง่วงนอนไม่มีสมาธิในการเรียนค่ะ






วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2558

ครั้งที่9




บันทึกอนุทิน ครั้งที่9

วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย

วันพุธ ที่ 11 เดือน มีนาคม  พ.ศ. 2558





ความรู้ที่ได้รับ

การส่งเสริมทักษะภาษาของเด็กพิเศษ


 การวัดความสามารถทางภาษา

                เข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูดไหม เด็กต้องเข้าใจคำพูดที่ครูพูดด้วย

                 ตอบสนองเมื่อมีคนพูดด้วยไหม ดูปฏิกริยาโต้ตอบว่าเด็กฟังรู้เรื่องไหม?

                 ถามหาสิ่งต่างๆไหม เด็กออทิสติกจะไม่ถามหาสิ่งต่างๆ

                 บอกเล่าเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นได้ไหม  เช่น ให้เด็กบอก     ว่าวันนี้ออกจากบ้านเจออะไรไหม?

                 ใช้คำศัพท์ของตัวเองกับเด็กคนอื่นไหม เช่น เค้า ตัวเอง เธอ เด็กจะมีคำศัพท์เฉพาะตัวที่แปลกๆ
การออกเสียงผิด/พูดไม่ชัด

               การพูดตกหล่น เช่น หนังสือ เป็น สือ

               การใช้เสียงหนึ่งแทนอีกเสียง  เช่น ไม้กวาด เป็น ไม้ฝาด  ง่วง เป็น ม่วง  (งอ ออกเสียงจากสำหรับเด็ก)

               ติดอ่าง เด็กเล็กส่วนมากจะพบอาการนี้

  การปฏิบัติของครูและผู้ใหญ่

              เด็กที่พูดไม่ชัดอาจะเกี่ยวข้องกับการได้ยิน เพราะเขาอาจจะไม่ได้ยิน เลยพูดไม่ชัด
  
             ไม่สนใจการพูดซ้ำหรือการออกเสียงไม่ชัด ครูอย่าพึ่งเพ่งเล็งที่ตัวเด็ก เด็กสมาธิสั้นชอบพูดเร็วๆรัวๆ  ห้ามบอกเด็กว่า "พูดช้าๆหน่อย " และห้ามขัดจังหวะในขณะที่เด็กกำลังพูดเด็ดขาด

             อย่าเปลี่ยนการใช้มือข้างที่เด็กถนัดของเด็ก เช่น การจับปากกา

            ในห้องเรียนรวมไม่เปรียบเทียบการพูดของเด็กกับเด็กคนอื่น 

ทักษะพื้นฐานทางภาษา

             สำหรับเด็กพิเศษแค่มีทักษะการรับรู้ภาษา (ฟัง พูด อ่าน เขียน) และการแสดงออกทางภาษาก็เพียงพอแล้ว ส่วนการสื่อความหมายโดยไม่ใช้คำพูด ได้แก่ การแสดงออกทางสีหน้า ร่างกาย

ความรับผิดชอบของครูปฐมวัย

           กระตุ้นให้เด็กบอกความต้องการของตนเอง (ครูไม่คาดการณ์ล่วงหน้า)

           การรับรู้ภาษามาก่อนการแสดงออกทางภาษา

           ภาษาที่ไม่ใช่คำพูดมาก่อนภาษาพูด

           ให้เวลาเด็กได้พูด

           คอยให้เด็กตอบ (ชี้แนะหากจำเป็น)

           เป็นผู้ฟังที่ดีและโต้ตอบอย่างฉับ (ครูไม่พูดมากเกินไป)

           เด็กไม่ได้เรียนรู้ภาษาจากการฟังเพียงอย่างเดียว

           ให้เด็กทำกิจกรรมกลุ่ม เด็กพิเศษไดีมีแบบอย่างจากเพื่อน

           เน้นวิธีการสื่อความหมายมากกว่าการพูด

          ใช้คำถามปลายเปิด

          เด็กพิเศษรับรู้มากเท่าไหร่ ยิ่งพูดได้มากเท่านั้น

          ร่วมกิจกรรมกับเด็ก

การสอนตามเหตุการณ์ (Incidental Teaching)   (ใช้ได้ดีมากกับเด็กพิเศษ)

 Ex. เมื่อครูเห็นเด็กพยายามใส่ผ้ากันเปื้อนแต่ใส่ไม่ได้  สิ่งแรกที่ครูควรทำก่อน มี2กรณี 

            กรณีแรก เข้าไปถามเด็กก่อนว่าทำอะไร ถ้าเด็กตอบครูก็ใส่ให้เด็กเลย (ถามแล้วเด็กส่วนน้อยที่จะตอบคำถาม) 

           กรณีที่2 เมื่อเข้าไปถามแล้วเด็กไม่ตอบ ครูควรถามซ้ำ "หนูจะใส่ผ้ากันเปื้อนใช่ไหม" ถ้าเด็กยังไม่ตอบตอบอีก ครูก็ต้องถามซ้ำอีก ถ้าเด็กบอกความต้องการของตัวเองโดยการยิิ้มหรือพยักหน้า ครูก็ช่วยเด็กใส่




ประเมินตนเอง

             สนุกกับการเรียนและการทำกิจกรรมในคาบนี้มาก แต่ยังขาดการเตรียมตัวล่วงหน้า และต้องกลับไปทบทวนเนื้อหาที่อาจารย์อธิบายอีกครั้ง เพื่อจะได้เข้าใจมากขึ้นและนำไปใช้ได้ถูกต้อง

ประเมินเพื่อน

             เพื่อนๆตั้งใจเรียนแต่ก็ยังมีบางคนชอบคุยไม่ค่อยตั้งใจฟังเวลาที่อาจารย์อธิบาย ทุกคนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม

ประเมินอาจารย์

            อาจารย์มีการเตรียมตัวในการสอนทุกครั้ง มีเทคนิคในการสอนที่หลากหลาย บรรยากาศในห้องสนุกสนานไม่เบื่อไม่ง่วงนอนและที่สำคัญอาจารย์มีการยกตัวอย่างหรือประสบการณ์ที่เคยเจอ ทำให้นักศึกษาเกิดความเข้าใจมากขึ้น อาจารย์เข้าใจนักศึกษา รู้ว่าบรรยากาศในการเรียนแบบไหนที่นักศึกษาชอบ
             


ครั้งที่8



                                                            บันทึกอนุทิน ครั้งที่8

วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย

วันพุธ ที่ 4  เดือน มีนาคม  พ.ศ. 2558



ไม่มีการเรียนการสอน เนื่องจากวันมาฆบูชา






ครั้งที่7



บันทึกอนุทิน ครั้งที่7

วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย

วันพุธ ที่ 22  เดือน กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2558




ไม่มีการเรียนการสอน เนื่องจากเป็นสัปดาห์การสอบกลางภาค